Welcome to Our Website

ริ้วรอยร่องแก้มเกิดจากอะไร แก้ไขยังไงดี?

ริ้วรอยร่องแก้ม

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนเมื่อส่องกระจกแล้วเห็นริ้วรอยร่องแก้ม เป็นต้องจิตตกกันแน่นอน เนื่องจากริ้วรอยดังกล่าวทำให้หน้าดูแก่กว่าวัย ซึ่งถ้าหากคุณกำลังสงสัยว่าริ้วรอยดังกล่าวเกิดขึ้นได้ยังไง และมีวิธีแก้ไขยังไงบ้าง ไม่ต้องไปค้นหาข้อมูลจากที่อื่นให้เสียเวลา เพราะเราลิสต์ข้อมูลที่น่าสนใจมาให้เรียบร้อยแล้ว ไปทำความเข้าใจพร้อม ๆ กันได้เลย

ริ้วรอยร่องแก้มคืออะไร?

ริ้วรอยร่องแก้ม สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นอายุที่มากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต การแสดงออกทางสีหน้า การยุบตัวของกระดูกบริเวณใต้ตา ฯลฯ ซึ่งปัจจัยทั้งหมดล้วนทำให้อีลาสติกและคอลลาเจนซึ่งเป็นสารที่ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่งกระชับเสื่อมลงนั่นเอง

วิธีกระชับริ้วรอยร่องแก้มให้ตื้นขึ้น

1. ฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยร่องแก้ม

การฉีดฟิลเลอร์เป็นการทำหัตถการที่ได้ผลกับริ้วรอยร่องแก้มมากที่สุด เนื่องจากฟิลเลอร์สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดริ้วรอยได้ดี ช่วยให้ร่องแก้มตื้นขึ้น ผิวเนียน กระชับความหย่อนคล้อยให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ แถมยังสามารถคงผลลัพธ์ได้นานถึง 12-18 เดือน

2. ฉีดโบลดริ้วรอยร่องแก้ม

การฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยร่องแก้มเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้ผลดีเช่นเดียวกัน แถมยังได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติในการปรับกล้ามเนื้อให้ผิวดูเต่งตึง กระชับ ส่งผลให้ร่องแก้มตื้นขึ้น แต่ข้อเสียคือทำให้แก้มดูแข็งและไม่เป็นธรรมชาติ แนะนำให้ทำร่วมกับการฉีดฟิลเลอร์ลดริ้วรอยร่องแก้มด้วย

3. ฉีดไขมันลดริ้วรอยร่องแก้ม

สำหรับคนที่ไม่อยากรับสารจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย การฉีดไขมันลดริ้วรอยร่องแก้มถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด เนื่องจากเป็นการนำเอาไขมันส่วนเกินจากร่างกายมาเติมเต็มบริเวณร่องแก้ม แต่ผลลัพธ์อาจไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก หรืออาจทำให้เกิดภาวะผิวไม่เรียบ เนื่องจากไขมันเป็นสิ่งที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ 

4. Hifu

การทำ Hifu ลดร่องแก้ม เป็นการยิงคลื่นเสียงเข้าสู่ชั้นผิว เพื่อกระตุ้นการเกิดคอลลาเจนที่ช่วยกระชับผิวจากความหย่อนคล้อย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาร่องแก้มไม่ลึกมาก และตอบโจทย์สำหรับผู้ที่กลัวเข็ม

ทั้งหมดนี้คือหัตถการที่ช่วยชะลอวัย และลดริ้วรอยร่องแก้มได้ดีมาก ๆ แถมยังคงผลลัพธ์ได้นานสุด ๆ หรือถ้าหากคุณเป็นคนที่กลัวเข็มก็ยังมีตัวเลือกอื่น ๆ ให้เลือกอีกเพียบ ขอแค่เลือกวิธีที่เหมาะกับตัวเอง หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจทำทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง